| |
| |
ระเบียบข้อบังคับ
มูลนิธิ หม่อมหลวง ลมุล เสนีวงศ์ |
| |
| |
| |
หมวดที่ 1
ชื่อ เครื่องหมาย และสำนักงานที่ตั้ง |
| |
ข้อ 1 ชื่อมูลนิธินี้ มีชื่อว่า มูลนิธิ หม่อมหลวง ละมุล เสนีวงศ์
ชื่อย่อ ล.ม.ส.
ชื่อภาษาอังกฤษ Lamul Seneewong Foundation |
 |
| |
ข้อ 2 เครื่องหมายของมูลนิธิเป็นภาพลายเส้นประกอบด้วยสี่เหลี่ยมและวงกลมที่ซ้อนทับกันเปรียบเสมือนความ
หลากหลายของความรู้และวิชาการด้านเมืองและสิ่งแวดล้อม มองเหมือนแปลนของเจดีย์สิ่งก่อสร้างทาง
สถาปัตยกรรมไทย สื่อถึงการเผยแผ่องค์ความรู้เรื่องเมืองและสิ่งแวดล้อมให้กับสาธารณชนให้ตระหนักและรับ
ผิดชอบร่วมกันในการสรรค์สร้าง “เมืองดี สิ่งแวดล้อมดี มีไว้ให้ลูกหลาน” สืบต่อไปโดยมีรากฐานที่สำคัญคือ
มูลนิธิ หม่อมหลวง ลมุล เสนีวงศ์ ซึ่งจะเป็นองค์กรขับเคลื่อนหนึ่งที่จะสานภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ |
| |
ข้อ 3 สำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดสระแก้ว ถนนสรรพสิทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัด
นครราชสีมา รหัสไปรษณีย์ 30000 |
|
| |
หมวดที่ 2
วัตถุประสงค์ |
| |
| ข้อ 4 วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ |
| 4.1 |
เพื่อบำรุงบูรณะและปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน
|
| 4.2 |
เป็นทุนภัตตาหาร การศึกษา และรักษาพยาบาลของพระภิกษุ สามเณร
|
| 4.3 |
ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัย การศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ด้วยการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการพัฒนาเมือง และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
|
| 4.4 |
จัดการฝึกอบรมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อช่วยท้องถิ่นในการวางและจัดทำผังเมือง อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านการพัฒนาแก่ประชาชน
|
| 4.5 |
จัดทำโครงการภาคสนาม ดำเนินการหรือร่วมมือกับหน่วยงานราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเอกชน องค์กรการสาธารณะกุศลอื่นๆ ด้านการพัฒนาเมือง และสิ่งแวดล้อม
|
| 4.6 |
ยึดถือหลักการดำเนินงานเพื่อสาธารณประโยชน์เป็นสำคัญ และไม่ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด |
|
|
| |
หมวดที่ 3
ทุนทรัพย์ ทรัพย์สิน และการได้มาซึ่งทรัพย์สิน |
| |
ข้อ 5 ทรัพย์สินของมูลนิธิฯ มีทุนเริ่มแรกคือ เงินสด จำนวน 200,000.-บาท (สองแสนบาทถ้วน) |
| |
| ข้อ 6 มูลนิธิอาจได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยวิธีต่อไปนี้ |
| 6.1 |
เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้โดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่นๆ โดยมิได้มีเงื่อนไขผูกพันให้มูลนิธิ ต้องรับผิดชอบในหนี้สินหรือภาระติดพันที่อื่นใด |
| 6.2 |
เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้จิตศรัทธาบริจาคให้
|
| 6.3 |
ดอกผลซึ่งเกิดจากทรัพย์สินของมูลนิธิ
|
| 6.4 |
รายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิ
|
|
|
| |
หมวดที่ 4
คุณสมบัติและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ |
| |
| ข้อ 7 กรรมการของมูลนิธิต้องมีคุณสมบัติดังนี้ |
| 7.1 |
มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี บริบูรณ์
|
| 7.2 |
ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
|
| 7.3 |
ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกเว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
|
|
| |
| ข้อ 8 กรรมการของมูลนิธิพ้นตำแหน่ง เมื่อ |
| 8.1 |
ถึงคราวออกตามวาระ
|
| 8.2 |
ตายหรือลาออก
|
| 8.3 |
ขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับข้อ 7
|
| 8.4 |
เป็นผู้มีความประพฤติและปฏิบัติตนเป็นที่เสื่อมเสีย และคณะกรรมการของมูลนิธิมีมติให้ออก โดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของคณะกรรมการของมูลนิธิ |
|
|
| |
หมวดที่ 5
การดำเนินงานของคณะกรรมการมูลนิธิ |
| |
ข้อ 9 มูลนิธินี้ดำเนินการโดยคณะกรรมการของมูลนิธิมีจำนวนไม่น้อยกว่า 7 คน แต่ไม่เกิน 21 คน
|
| |
ข้อ 10 คณะกรรมการประกอบด้วยประธานกรรมการมูลนิธิ รองประธานกรรมการมูลนิธิ เลขานุการมูลนิธิ เหรัญญิก และตำแหน่งอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับข้อ 9 ซึ่งในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการผู้ริเริ่มจัดตั้งมูลนิธิเป็นผู้เลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินงานของมูลนิธิขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานกรรมการมูลนิธ ิและกรรมการอื่นๆตามจำนวนที่เห็นสมควร ตามข้อบังคับของมูลนิธิ |
| |
| ข้อ 11 วิธีได้มาซึ่งกรรมการมูลนิธิให้ปฏิบัติดังนี้ |
| 11.1 |
ผู้ดำรงตำแหน่ง
|
| 11.2 |
ให้คณะกรรมการมูลนิธิชุดที่ดำรงตำแหน่งอยู่เลือกตั้งกรรมการมูลนิธิคนอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับมูลนิธิ |
|
| |
ข้อ 12 กรรมการของมูลนิธิอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี
|
| |
ข้อ 13 การเลือกตั้งคณะกรรมการของมูลนิธิให้ถือเสียงข้างมากของที่ประชุมคณะกรรมการของมูลนิธิเป็นมติของที่ประชุม
|
| |
ข้อ 14 กรรมการของมูลนิธิที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับเลือกเข้าเป็นกรรมการของมูลนิธิได้อีก
|
| |
ข้อ 15 ถ้าตำแหน่งกรรมการของมูลนิธิว่างลง ให้คณะกรรมการของมูลนิธิที่เหลืออยู่ตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการของมูลนิธิแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้กรรมการของมูลนิธิที่พ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการของมูลนิธิต่อไป จนกว่ามูลนิธิจะได้รับการจดทะเบียนกรรมการของมูลนิธิกรรมการของมูลนิธิที่ได้รับการตั้งซ่อมอยู่ ในตำแหน่งเท่าวาระของผู้ที่มาแทน |
|
| |
หมวดที่ 6
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการมูลนิธิ |
| |
| ข้อที่ 16 คณะกรรมการของมูลนิธิมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของมูลนิธิตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ
และภายใต้ข้อบังคับนี้ ให้มีอำนาจหน้าที่ต่างๆดังต่อไปนี้ |
| 16.1 |
กำหนดนโยบายของมูลนิธิ และดำเนินการตามนโยบายนั้น
|
| 16.2 |
ควบคุมการเงินและทรัพย์สินต่างๆ ของมูลนิธิ |
| 16.3 |
เสนอรายงานกิจการ รายงานการเงิน และบัญชีงบดุล รายรับ-รายจ่าย ต่อนายทะเบียน |
| 16.4 |
ดำเนินการให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ และวัตถุประสงค์ของข้อบังคับ |
| 16.5 |
ตราระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของมูลนิธิ |
| 16.6 |
แต่งตั้งหรือถอดถอนคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะ เพื่อดำเนินการเฉพาะอย่าง ของมูลนิธิ ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการมูลนิธิ |
| 16.7 |
เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ หรือบุคคลที่ทำประโยชน์ให้มูลนิธิเป็นพิเศษ เป็นกรรมการกิตติมศักดิ์ |
| 16.8 |
เชิญผู้ทรงเกียรติเป็นผู้อุปถัมภ์มูลนิธิ |
| 16.9 |
เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิ |
| 16.10 |
แต่งตั้งหรือถอดถอนเจ้าหน้าที่ประจำมูลนิธิ มติให้ดำเนินตามข้อ 16.7,16.8 และ16.9 ต้องเป็นมติเสียงข้างมากของที่ประชุม และที่ปรึกษาตามข้อ16.9 ย่อมเป็นที่ปรึกษาของกรรมการมูลนิธิที่รับเชิญเท่านั้น |
|
| |
| ข้อ 17 ประธานกรรมการมูลนิธิ มีอำนาจหน้าที่ดังนี้ |
| 17.1 |
เป็นประธานของการประชุมคณะกรรมการของมูลนิธิ
|
| 17.2 |
สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการของมูลนิธิ |
| 17.3 |
เป็นผู้แทนของมูลนิธิในการติดต่อกับบุคคลภายนอก หรือการลงลายมือชื่อในเอกสารข้อบังคับ และสรรพหนังสืออันเป็นหลักฐานของมูลนิธิ เมื่อประธานกรรมการของมูลนิธิ หรือกรรมการของมูลนิธิผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทน ได้ลงลายมือชื่อแล้วจึงเป็นอันใช้ได้ |
| 17.4 |
ปฏิบัติการอื่นๆ จามข้อบังคับและมติของคณะกรรมการมูลนิธิ |
|
| |
ข้อ 18 ให้รองประธานกรรมการมูลนิธิทำ หน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิ เมื่อประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือในกรณีที่ประธานมอบหมายให้ทำการแทน
|
| |
ข้อ 19 ถ้าประธานกรรมการมูลนิธิและรองประธานกรรมการมูลนิธิ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมคราวหนึ่งใดได้ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิคนใดคนหนึ่ง เป็นประธานสำหรับการประชุมคราวนั้น
|
| |
ข้อ 20 เลขานุการมูลนิธิมีหน้าที่ควบคุมกิจการ และดำเนินการประจำของมูลนิธิติดต่อประสานงานทั่วไป รักษาระเบียบข้อบังคับมูลนิธิ นัดประชุมคณะกรรมการ ตามคำสั่งของประธานกรรมการมูลนิธิ และทำรายงานการประชุมตลอดจนรายงานกิจการของมูลนิธิ
|
| |
ข้อ 21 เหรัญญิกมีหน้าที่ควบคุมการเงินทรัพย์สินของมูลนิธิ ตลอดจนบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง และเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด
|
| |
ข้อ 22 สำหรับกรรมการตำแหน่งอื่นๆ ให้มีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการของมูลนิธิกำหนด โดยทำเป็นคำสั่งระบุอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน
|
| |
ข้อ 23 คณะกรรมการของมูลนิธิมีสิทธิเข้าร่วมประชุมกรรมการ หรืออนุกรรมการอื่นๆ ของมูลนิธิได้ |
|
| |
หมวดที่ 7
อนุกรรมการ/ผู้ทำงาน |
| |
ข้อ 24 คณะกรรมการของมูลนิธิอาจแต่งตั้ง หรือถอดถอนอนุกรรมการหรือผู้ทำงานได้ตามความเหมาะสม โดยจะแต่งตั้งให้เป็นอนุกรรมการประจำ หรือผู้ทำงานเพื่อการใดเป็นกรณีพิเศษเฉพาะคราวได้ และในกรณีที่คณะกรรมการของมูลนิธิไม่ได้แต่งตั้งประธานอนุกรรมการ / ประธานคณะทำงานเลขานุการ หรือ อนุกรรมการ / ผู้ทำงานในตำแหน่งอื่นไว้ ก็ให้อนุกรรมการ / ผู้ทำงาน แต่ละคณะแต่งตั้งกันเองดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้ |
| |
| ข้อ 25 ผู้ทำงานอยู่ในตำแหน่งจนกว่าจะเสร็จงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำ ส่วนคณะอนุกรรมการประจำอยู่ในตำแหน่ง ตามเวลาที่คณะกรรมการของมูลนิธิกำหนด ซึ่งถ้ามิได้กำหนดไว้ก็ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของคณะกรรมการมูลนิธิซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง และอนุกรรมการ / ผู้ทำงานที่พ้นจากตำแหน่ง อาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ |
| 25.1 |
อนุกรรมการ/ผู้ทำงานมีหน้าที่ดำเนินการตามที่คณะกรรมการของมูลนิธิมอบหมาย |
| 25.2 |
อนุกรรมการ/ผู้ทำงานมีหน้าที่เสนอความคิดเห็นต่อกรรมการของมูลนิธิเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมาย
|
|
|
|
| |
หมวดที่ 8
การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ |
| |
ข้อ 26 คณะกรรมของมูลนิธิจะต้องจัดให้มีการประชุมสามัญประจำปีทุกๆปีภายในเดือนกันยายน และต้องมีกรรมการมูลนิธิเข้าประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม |
| |
ข้อ 27 การประชุมวิสามัญอาจมีได้ในเมื่อประธานกรรมการมูลนิธ ิหรือเมื่อคณะกรรมการมูลนิธิตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แสดงความประสงค์ไปยังประธานกรรมการมูลนิธิ หรือผู้ทำการแทน ขอให้มีการประชุมก็ให้เรียกประชุมวิสามัญได้
|
| |
ข้อ 28 กำหนดการประชุมและองค์ประชุมของคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการของมูลนิธิจะกำหนด ซึ่งถ้ามิได้กำหนดไว้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกำหนดการประชุมให้คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานตกลงกันเอง และในส่วนที่เกี่ยวกับองค์ประชุมให้ใช้ ข้อ 26 บังคับโดยอนุโลม
|
| |
ข้อ 29 ในการประชุมคณะกรรมการของมูลนิธิ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน หากมิได้มีข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น มติของที่ประชุมให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมาก ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาดกิจการใดที่เป็นงานประจำ หรือกิจการเล็กน้อย ประธานกรรมการของมูลนิธิมีอำนาจสั่งให้ใช้วิธีสอบถามมติทางหนังสือแทนการเรียกประชุมคณะกรรมการของมูลนิธิ แต่ประธานกรรมการมูลนิธิต้องรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการของมูลนิธิในคราวต่อไป ถึงมติและกิจการที่ได้ดำเนินการไปตามมตินั้น กิจการใดเป็นงานประจำหรือกิจกรรมเล็กน้อยหรือไม่ ย่อมอยู่ในดุลพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิ
|
| |
ข้อ 30 ในการประชุมคณะกรรมการของมูลนิธิ หรือคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน ประธานกรรมการมูลนิธิ หรือประธานคณะอนุกรรมการ หรือประธานคณะทำงาน หรือประธานที่ประชุมมีอำนาจเชิญ หรืออนุญาตให้บุคคลที่เห็นสมควรเข้าร่วมประชุมในฐานะแขกผู้มีเกียรติหรือผู้สังเกตการณ์ หรือเพื่อให้คำปรึกษาแก่ที่ประชุมได้ |
|
| |
หมวดที่ 9
การเงิน |
| |
ข้อ31 ประธานกรรมการมูลนิธิหรือรองประธานกรรมการมูลนิธิ ในกรณีทำหน้าที่แทนมีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้คราวละไม่เกิน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนดังกล่าว ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของมูลนิธิที่จะอนุมัติให้จ่ายได้ แล้วต้องรายงานให้คณะกรรมการของมูลนิธิทราบ ในการประชุมในคราวต่อไป
|
| |
ข้อ 32 เหรัญญิกมีอำนาจเก็บเงินสดได้ครั้งละไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน)
|
| |
ข้อ33 เงินสดของมูลนิธิหรือเอกสารสิทธิ ต้องนำฝากไว้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นใด ที่รัฐบาลให้การคํ้าประกันแล้วแต่คณะกรรมการของมูลนิธิจะเห็นสมควร
|
| |
ข้อ34 การสั่งจ่ายเงินโดยเช็คหรือตั๋วสั่งจ่ายเงิน จะต้องมีลายมือชื่อของประธานกรรมการมูลนิธิ หรือผู้ทำการแทนกับเหรัญญิกลงนามทุกครั้ง จึงจะเบิกจ่ายได้
|
| |
ข้อ 35 การใช้จ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ รวมทั้งค่าใช้จ่ายประจำสำนักงาน ให้จ่ายเพียงดอกผลอันเกิดจากทรัพย์สินที่เป็นทุนของมูลนิธิ และเงินที่ผู้บริจาคได้แสดงเจตนาให้เป็นเงินสมทบทุนโดยเฉพาะ และรายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิ
|
| |
ข้อ 36 ให้คณะกรรมการของมูลนิธิวางระเบียบเกี่ยวกับการเงินและการบัญชี และทรัพย์สินของมูลนิธิ ตลอดจนกำหนดอำนาจหน้าที่ต่างๆ เกี่ยวกับการรับและจ่ายเงินนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
|
| |
ข้อ 37 ให้คณะกรรมการของมูลนิธิกำหนดระยะเวลาบัญชีและจัดทำรายงานสภา |
|
| |
หมวดที่ 10
การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ |
| |
ข้อ 38 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ จะกระทำได้โดยเฉพาะที่ประชุมกรรมการมูลนิธ ิซึ่งต้องมีกรรมการมูลนิธิเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และมติให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการที่เข้าประชุม
|
|
| |
หมวดที่ 11
การเลิกมูลนิธิ |
| |
ข้อ 39 ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไป โดยมติของคณะกรรมการหรือโดยเหตุใดก็ตาม ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลือ ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่วัดสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา |
| |
| ข้อ 40 การสิ้นสุดของมูลนิธินั้น นอกจากที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว ให้มูลนิธิเป็นอันสิ้นสุดลงโดยมิต้องให้ศาลสั่งเลิกด้วยเหตุต่อไปนี้ |
| 40.1 |
เมื่อมูลนิธิได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิแล้วไม่ได้รับทรัพย์สินตามคำมั่นเต็มจำนวน |
| 40.2 |
เมื่อกรรมการมูลนิธิจำนวนสองในสามมีมติให้ยกเลิก |
| 40.3 |
เมื่อมูลนิธิไม่อาจหากรรมการได้ครบตามจำนวนกรรมการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ |
| 40.4 |
เมื่อมูลนิธิไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ |
|
|
|
| |
หมวดที่ 12
บทเบ็ดเตล็ด |
| |
ข้อ 41 การตีความในข้อบังคับของมูลนิธิ หากเป็นที่สงสัย ให้คณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมากของจำนวนกรรมการที่มีอยู่เป็นผู้ชี้ขาด
|
| |
ข้อ 42 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยมูลนิธิมาใช้บังคับในเมื่อข้อบังคับของมูลนิธิได้กำหนดไว้
|
| |
ข้อ 43 มูลนิธิจะต้องไม่ดำเนินการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกันหรือเพื่อบุคคลใด นอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้นเอง |
|
| |
| |
|
|
| ลงนาม |
|
ผู้จัดทำข้อบังคับ |
| |
(ผศ.นิคม บุญญานุสิทธิ์) |
|
|
| |
| |
 |